การเลือกขวดนม ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

การเลือกขวดนม ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

การเลือกขวดนม ให้เจ้าตัวน้อยถือเป็นของใช้เด็กอ่อนที่สำคัญควรพิจารณาจากวัสดุที่นำมาผลิต ซึ่งปัจจุบันขวนนมส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติก แต่ขวดพลาสติกมีหลายแบบทั้งขวดใส ขวดขาวขุ่น ขวดสีชา ขวดสีน้ำผึ้ง คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า ขวดนมสีที่ต่างกันมีสรรพคุณที่แตกต่างกันอย่างไร

การเลือกขวดนมพลาสติก

ขวดนมพลาสติกเป็นขวดนมที่หาซื้อได้ง่ายและเป็นที่นิยม เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ตกไม่แตก หาซื้อง่าย และมีให้เลือกหลากหลายรูปทรงหลากหลายราคาตามกำลังทรัพย์ ตามความพอใจหรือตามความชอบ

ขวดนมพลาสติกแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

ขวดนมที่ผลิตจากพลาสติกต่างชนิดกัน จะมีสี การทนความร้อน และอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน

ขวดนม PP ผลิตจากวัสดุ Polypropylene

เนื้อพลาสติกจะมีสีกึ่งโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น

ทนอุณหภูมิ -20 – 110 ° C

มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน และอาจเหลือ 3 เดือนถ้านึ่งหรือต้มบ่อยเกินไป

ขวดนม PES ผลิตจากวัสดุ Polyethersulfone

เนื้อพลาสติกออกสีน้ำผึ้ง หรือสีชา

ทนอุณหภูมิ -50 – 180 ° C

มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

ขวดนม PPSU ผลิตจากวัสดุ Polyphenylsulfone

ขวดสีน้ำตาลอ่อน

ทนอุณหภูมิ -50 – 180 ° C

มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 8 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

นอกจากนี้ คุณภาพของพลาสติกชนิดเดียวกันแต่คนละเกรด ก็ทำให้ขวดนม มีความแตกต่างกันอีกด้วย เช่น ขวด PP ที่ผลติตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงไม่ผสมเศษ ขวดมักจะใสกว่า เป็นต้น

สัญลักษณ์ BPA Free จำเป็นแค่ไหน

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยได้ยินว่าถ้าซื้อขวดนมให้เลือกที่เป็น BPA Free เนื่องจากเมื่อขวดนมถูกล้างทำความสะอาดบ่อยๆ จะเกิดรอยขีดข่วน เกิดคราบขุ่น รวมถึงเมื่อสัมผัสความร้อนบ่อยๆ สาร BPAในขวดนมพลาสติกอาจปนเปื้อนลงไปในน้ำนม และหากสะสมเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสมอง เซลล์ประสาท พฤติกรรม การเรียนรู้ และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายได้

ขวดนมที่มีสาร BPA มักเป็นขวดนมรุ่นเก่า ที่ผลิตจากวัสดุ polycarnonate (PC) ซึ่งมีความแข็งใสและทนทาน แต่ในปัจจุบันขวดนมรุ่นใหม่ส่วนมากผลิตจาก polypropylene (PP), polyethersulfone (PES), polyphenylsulfone (PPSU) ซึ่งไม่มีสาร BPA ในกระบวนการผลิตอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องมองหาคำว่า VPA Free แต่ควรพิจารณาจากชนิดพลาสติกตามที่ได้กล่าวมา ซึ่งมักจะระบุไว้ที่ข้างกล่องหรือก้นขวด ขวดนมถือเป็นของใช้เด็กที่มีความสำคัญกับพัฒนาการเติบโตของเจ้าตัวน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ

นอกจากขวดพลาสติกแล้วคุณแม่ยังมีตัวเลือกอื่นๆ ในการเลือกขวดนม ได้แก่

ขวดแก้ว

ขวดนมแบบขวดแก้วนั้น มีข้อดีคือ ลดความเสี่ยงจากสาร BPA ในพลาสติกเมื่อถูกความร้อน และเกิดรอยขีดข่วนยากกว่าขวดพลาสติก ขวดนมแก้วมีอายุการใช้งานที่ไม่จำกัด จนกว่าจะแตก หรือมีรอยขีดข่วนในขวดมาก แต่มีข้อเสียคือ มีน้ำหนักมากกว่า ตกแตกได้ง่าย ราคาแพงกว่า และมีไม่กี่ยี่ห้อให้เลือก

ขวดนมลดอาการโคลิค

หากเจ้าตัวน้อยมีอาการงอแงรุนแรงในช่วง 3 เดือนแรก โดยร้องต่อเนื่องกันนานเป็นชั่วโมง และมักจะร้องในเวลาเดิม อุ้มก็ไม่หยุดร้อง ให้ดูดนมก็ไม่ยอมกินนมง่ายๆ กำมือจิกเท้างอขา หลับตาแน่น สลับกับเบิกตาโพลง เรียกอาการนี้ว่า โคลิค ซึ่งอาจเกิดจากการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ร่วมกับอาการปวดท้องจากแก๊สในกระเพาะอาหารเป็นตัวกระตุ้น คุณแม่อาจเลือกใช้ขวดนมลดอาการโคลิค ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลมเข้าท้องขณะขณะดูดนมน้อยลง อย่างไรก็ตามไม่มีขวนมแบบไหนที่สามารถป้องกันอาการโคลิคได้ 100% มีแต่ช่วยลดอาการโคลิคให้น้อยลงเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุด คือการไล่ลมออกจากท้องเจ้าตัวน้อย ด้วยการจับเรอเป็นพักๆ ระหว่างกินนม และหลังกินนมทุกครั้ง

การเลือกขวดนมที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความพอใจ และกำลังทรัพย์ของแต่ละครอบครัว ความปลอดภัยของขวดนมยังขึ้นอยู่กับการใช้งานที่เหมาะสม ควรเปลี่ยนขวดนมตามอายุการใช้งานของพลาสติกแต่ละชนิด หรือเมื่อขวดนมเริ่มบุบเบี้ยว หรือขวดนมขุ่นมาก หรือมีรอยขีดข่วนมากขึ้นอย่างชัดเจนขวดนมเป็นของใช้เด็กที่มีความสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ในยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญในการเลือกเป็นอย่างมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *