ทำไมต้องใช้คาร์ซีท

ทำไมต้องใช้คาร์ซีท

 

ปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่มีการเดินทางที่มากขึ้น ซึ่งการเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าเป็นเส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือเพื่อธุระต่างๆ เมื่อคุณพ่อและคุณแม่มีเจ้าตัวน้อยเกิดขึ้นมา คุณพ่อและคุณแม่ก็จะต้องพาเจ้าตัวน้อยออกเดินทางไปด้วย อุปกรณ์ของใช้เด็กที่ใช้ในการเดินทางส่วนตัวของเจ้าตัวน้อยนั้นมีมากมาย แต่อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยก็มีความสำคัญที่ไม่แพ้กัน เช่น รถเข็นเด็ก คาร์ซีท ซึ่งจากการสำรวจเคสอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น พบได้ว่าหากเจ้าตัวน้อยได้นั่งอยู่ที่คาร์ซีท จะสามารถลดเปอร์เซ็นการเสียชีวิตและอาการบาดเจ็บได้สูงสุดถึง 71% กันเลยทีเดียว ผลของการสำรวจนี้ตอบคำถามและเป็นเหตุผลได้อย่างดีว่า ทำไมคาร์ซีทถึงมีความจำเป็นต่อเจ้าตัวน้อยสุดที่รักของคุณพ่อและคุณแม่

 

ทำความรู้จักกับ “คาร์ซีท”

คาร์ซีท (Car seat) คือ อุปกรณ์ที่นั่งนิรภัยสำหรับเจ้าตัวน้อย อายุ 0-12 ปี สำหรับติดตั้งในรถยนต์ระหว่างขณะเดินทาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันอันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการกระแทก การชน หรือการเบรกกะทันหัน เพราะหากไม่มีคาร์ซีทแล้วปล่อยให้เจ้าตัวน้อยนั่งหรือนอนโดยไม่มีอะไรยึดตัวไว้ หากเกิดอุบัติเหตุจะสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยกระเด็นไปกระแทกกับตัวรถ หรืออาจจะกระเด็นออกนอกตัวรถได้ เพราะเข็มขัดนิรภัยภายในรถยนต์ขนาดมาตรฐานยังมีข้อจำกัดในการใช้งานสำหรับขนาดร่างกายของเจ้าตัวน้อยที่ไม่พอดีตัว

ประโยชน์ของคาร์ซีท คือ

ช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายของเจ้าตัวน้อย โดยคุณพ่อและคุณแม่ต้องติดตั้งคาร์ซีทในจุดที่เหมาะสม (เช่น บริเวณจุดกึ่งกลางของเบาะหลัง) และปลอดภัยที่สุด (เพราะจะช่วยป้องกันแรงกระแทกที่เกิดจากทางด้านข้างได้) แม้ว่าคาร์ซีทจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความปลอดภัยแล้ว แต่การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เป็นสิ่งสำคัญอีกเช่นกัน นอกจากพิจารณาจากรูปลักษณ์ รูปทรง ที่ตอบโจทย์การรองรับสรีระของเจ้าตัวน้อยแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลากหลายอย่างที่ยังต้องคำนึงถึงอีก

 

ประเภทของคาร์ซีท

คาร์ซีทแบ่งได้ตามช่วงอายุของเจ้าตัวน้อย โดยจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. คาร์ซีทสำหรับเด็กวัยแรกเกิด (Infant Seat)

ซึ่งยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ตามลักษณะของสินค้า คือ

  • แบบกระเช้า ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด – 18 เดือน (หรือ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ) และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม

 

  • แบบตัวใหญ่ ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด- 4 ปี (หรือ 7 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ)

 

  1. คาร์ซีทสำหรับวัยเด็กเล็ก

สามารถใช้ได้กับเด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือน – 4 ปี

 

  1. คาร์ซีทบูสเตอร์สำหรับเด็ก (Booster seat)

บูสเตอร์เหล่านี้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ ตามอุปกรณ์เสริมที่มีมาในชุด คือ

  • แบบมีที่กั้นด้านหน้า มีพนักพิงพร้อมเบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 1 – 12 ปี
  • แบบมีพนักพิงและเบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 3 – 12 ปี
  • แบบมีแต่เบาะรองนั่ง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ 5 – 12 ปี

 

เจ้าตัวน้อยต้องนั่งคาร์ซีทถึงเมื่อไหร่

เจ้าตัวน้อยควรต้องนั่งคาร์ซีทจนมีอายุ 4-7 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกาย น้ำหนัก ส่วนสูงของเจ้าตัวน้อย หรือขึ้นอยู่กับคาร์ซีทที่คุณพ่อและคุณแม่เลือกซื้อด้วยว่ารับน้ำหนักได้ถึงเท่าไหร่ หลังจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็นที่นั่งเสริม หรือที่เรียกว่า Booster seat ที่จะช่วยยกระดับตัวของเจ้าตัวน้อยให้สูงขึ้นเพื่อที่จะได้สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยของตัวรถได้พอดี และสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่อาจจะยังไม่ทราบคือ ควรให้เจ้าตัวน้อยนั่งอยู่เบาะหลังเสมอ จนกว่าเจ้าตัวน้อยจะมีความสูงเกิน 140 ซม.ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเจ้าตัวน้อยที่มากขึ้น

 

ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะคิดว่าระมัดระวังในส่วนของเราดีมากแล้วก็ตาม แต่คุณพ่อและคุณแม่ไม่สามารถควบคุมคนอื่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถยนต์จะต้องให้เจ้าตัวน้อยนั่งคาร์ซีทเสมอ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็ก และของใช้เด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ https://www.baby8slot.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *